ไขข้อสงสัย ใช้ไฟเท่าเดิมทำไมค่าไฟแพงขึ้น?

thermometer,ตรวจความชื้น,น้ำซึมทางหน้าต่าง,รับตรวจบ้าน,ตรวจน้ำรั่ว,ตรวจบ้าน,ตรวจรับบ้าน,ตรวจคอนโด,ตรวจคอนโด,ตรวจบ้านก่อนโอน,ตรวจ บ้าน pantip,บริษัท ตรวจ รับ บ้าน,บริษัท รับ ตรวจ บ้าน,ตรวจรับคอนโด,บริษัทรับตรวจบ้าน,ตรวจบ้าน ราคา,บริษัท ตรวจบ้าน,รับตรวจบ้านก่อนโอน,รีวิว ตรวจ รับ บ้าน pantip,ตรวจ รับ บ้าน ก่อน โอน,บริษัทตรวจบ้าน,บริษัทตรวจรับบ้าน,ตรวจ บ้าน ก่อน โอน,บริษัท ตรวจ รับ บ้าน ที่ไหน ดี,บริษัท ตรวจ รับ บ้าน pantip,ตรวจรับบ้านก่อนโอน,วิธี ตรวจ รับ คอน โด , ตรวจบ้าน เจ้าไหนดี,ตรวจห้องคอนโด,ตรวจ รับ คอน โด ก่อน โอน,ช่างตรวจบ้าน,บริษัท รับตรวจบ้าน,บริษัท ตรวจรับบ้าน,การตรวจบ้านก่อนโอน, การตรวจรับบ้านก่อนโอน, การตรวจรับบ้าน,รับตรวจบ้าน,การ ตรวจ รับ บ้าน,บริษัทรับตรวจบ้าน,Inspector, ตรวจสอบอาคาร,S Inspector,รับตรวจบ้าน,รับตรวจคอนโด

เคยเป็นไหมครับ? บิลค่าไฟมาทีไรแทบจะเป็นลม ทั้งที่เราก็ใช้ชีวิตปกติ เปิดแอร์เวลาเดิม จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้าก็เท่าเดิม แต่ค่าไฟกลับพุ่งสูงขึ้น

หลายคนอาจจะโทษสภาพอากาศที่ร้อน หรือค่า Ft ที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งก็มีส่วนถูกครับ แต่อาจไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด เพราะในฐานะบริษัทรับตรวจบ้าน พบว่าบ่อยครั้งค่าไฟที่แพงผิดปกติ มีสาเหตุมาจากความเสื่อมสภาพของตัวบ้านและระบบต่างๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นบ้านใหม่ก็ตาม อาจมีสาเหตุจากการสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือมี defect ที่ส่งผลทำให้ค่าไฟแพงขึ้นได้เช่นกัน

สารบัญบทความ

โครงหลังคาเหล็กยังไม่มีกระเบื้องหลังคา,ปัญหาของหลังคารั่ว,ความจำเป็นที่ต้องตรวจบ้านก่อนรับโอน

สาเหตุเบื้องต้นที่ทำให้ค่าไฟแพง

สาเหตุเบื้องต้นที่ทำให้ค่าไฟแพง และเจ้าของบ้านสามารถเช็คได้ด้วยตัวเอง มีดังนี้

  • เครื่องปรับอากาศ : เครื่องปรับอากาศหรือแอร์ที่ไม่ได้ล้างนานเกิน 6 เดือนหรือมากกว่านั้น ตัวกรองอากาศมีโอกาศจะตัน ทำให้คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้นซึ่งส่งผลให้ค่าไฟสูงขึ้นตาม
  • ตู้เย็น : ถ้าเป็นตู้เย็นเก่าให้ลองเช็คขอบยางของตู้เย็นดู ถ้าขอบยางเสื่อมสภาพอาจทำให้ความเย็นของตู้เย็นรั่วออก ซึ่งถ้าความเย็นรั่วออกทำให้ตู้เย็นต้องทำงานหนักขึ้น ค่าไฟก็จะแพงขึ้นตาม
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า : ให้ลองสำรวจดูว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้อยู่มีอายุใช้งานนานมากน้อยหรือยัง เพราะถ้าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าอาจจะมีประสิทธิภาพลดลง และกินไฟมากขึ้น

ถ้าตรวจสอบ 3 เรื่องข้างต้นแล้ว แต่ปัญหาค่าไฟแพงยังไม่หาย อาจจะต้องพึ่งบริษัทรับตรวจเข้ามาช่วยเช็คและตรวจสอบให้ครับ

4 ความผิดปกติในบ้านที่ทำให้ค่าไฟพุ่ง

1. ไฟรั่ว 

ไฟรั่วเป็นสาเหตุที่ทำให้ค่าไฟพุ่งสูงขึ้น และยังอันตรายที่สุดอีกด้วย สายไฟที่เก่า ฉนวนหุ้มเสื่อมสภาพจากการโดนความร้อนสะสม หรือแม้แต่รอยหนูกัดสายไฟบนฝ้าเพดาน ล้วนทำให้กระแสไฟฟ้ารั่วไหลลงดินหรือรั่วตามโครงสร้างบ้านได้ เมื่อไฟรั่ว มิเตอร์ไฟฟ้าก็จะหมุนไปเรื่อยๆ ทิ้งเงินไปฟรีๆ ทุกนาที แถมยังเสี่ยงต่อไฟดูดและไฟไหม้อีกด้วย

การตรวจบ้านช่วยหาจุดนี้ได้อย่างไร?

การเปิด-ปิดไฟดูว่าหลอดติดไหม ไม่สามารถบอกได้ว่าไฟรั่วหรือเปล่าครับ ในการตรวจบ้านมืออาชีพ วิศวกรจะใช้เครื่องมือเฉพาะทาง เช่น

  • ทดสอบค่าความต้านทานฉนวน (Insulation Test): เป็นการยิงแรงดันไฟฟ้าเข้าไปทดสอบในสายไฟที่ซ่อนอยู่ในผนัง เพื่อดูว่าฉนวนยังปกป้องกระแสไฟได้ 100% หรือไม่
  • สแกนความร้อนแผงไฟ (Thermal Scan): วิศวกรจะใช้กล้องถ่ายภาพความร้อนสแกนตู้คอนซูมเมอร์ หากมีจุดที่ขันสายไฟไม่แน่น จะเกิดความต้านทานสูงและมีความร้อนสะสมทะลุ 60-70 องศาเซลเซียส ซึ่งความร้อนตรงนี้คือพลังงานไฟฟ้าที่สูญเสียไปเปล่าๆ

2. บ้านอมความร้อน & ฉนวนเสื่อมสภาพ

สังเกตไหมครับว่าบางทีเปิดแอร์ 25 องศาเท่าเดิม แต่แอร์เย็นช้าลง นั่นเป็นเพราะแอร์กำลังสู้กับความร้อนที่ซึมเข้ามาในบ้าน สาเหตุอาจเกิดจากฉนวนกันความร้อนบนฝ้าที่ฉีกขาด หรือรอยต่อวงกบหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท

การตรวจบ้านช่วยหาจุดนี้ได้อย่างไร?

  • บินโดรนสำรวจหลังคา : หลังคาคือจุดที่รับความร้อนมากที่สุดของบ้าน การใช้โดรนบินตรวจจะช่วยให้เห็นว่ากระเบื้องมีรอยแตก หรือแผ่นสะท้อนความร้อนใต้หลังคาหลุดร่วงหรือไม่
  • กล้องถ่ายภาพความร้อน : กล้องตัวนี้จะฟ้องให้เห็นเลยว่า ความเย็นจากแอร์รั่วออกไปทางซอกไหนของหน้าต่าง และความร้อนจากแสงแดดทะลุผ่านผนังฝั่งไหนเข้ามามากที่สุด เพื่อให้เราแก้ปัญหาการบุฉนวนได้ตรงจุด

3. ท่อประปารั่วซึม

ปั๊มน้ำดังเป็นระยะๆ ทั้งที่ไม่ได้เปิดน้ำใช้ คือสัญญาณเตือนภัยว่าบ้านคุณกำลังมีน้ำรั่วครับ อาจจะเป็นท่อแตกใต้ดิน หรือแค่จุดเล็กๆ อย่างลูกลอยชักโครกปิดไม่สนิท (Micro-leak) เมื่อแรงดันน้ำตก ปั๊มน้ำก็จะทำงานทุกๆ 10-15 นาที

การตรวจบ้านช่วยหาจุดนี้ได้อย่างไร?

ผู้ตรวจสอบจะทำการ ทดสอบแรงดันตก (Pressure Drop Test) โดยจะปิดวาล์วน้ำและก๊อกทุกจุดในบ้าน จากนั้นเฝ้าสังเกตการทำงานของปั๊มและดูเกจวัดแรงดัน หากพบความผิดปกติ จะใช้กล้องสแกนหรือเครื่องวัดความชื้นไล่หาจุดที่น้ำรั่วซึมในผนังต่อไป

และวิธีเช็คที่ง่ายที่สุดคือปิดวาล์วน้ำทุกจุดในบ้าน แล้วไปเช็คว่ามิเตอร์น้ำวิ่งหรือไม่

4. แอร์กินกระแสไฟเกินมาตรฐาน

แอร์บางตัวให้ความเย็นปกติดีครับ แต่ระบบภายในอาจจะกำลังทำงานแบบ Overload หรือทำงานเกินกำลังเครื่องยนต์ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ระบบอุดตันภายใน หรือคอมเพรสเซอร์เริ่มเสื่อมสภาพ

การตรวจบ้านช่วยหาจุดนี้ได้อย่างไร?

ทีมวิศวกรจะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Clamp Meter ไปคล้องวัดค่ากระแสไฟฟ้า ที่สายไฟของคอยล์ร้อนนอกบ้านขณะที่แอร์กำลังทำงานเต็มที่ แล้วนำตัวเลขที่ได้มาเทียบกับสเปกจากโรงงาน (Nameplate) หากพบว่ากินไฟเกินมาตรฐานไปมาก จะได้รีบเรียกช่างแอร์มาซ่อมบำรุงก่อนที่คอมเพรสเซอร์จะพังถาวรครับ

Contact S Inspector ,ตรวจบ้าน,ตรวจคอนโด,ตรวจรับบ้าน,รับตรวจบ้าน
ติดต่อเรา

สรุป

การใช้บริการตรวจบ้าน ไม่ได้มีประโยชน์แค่ตอนรับมอบบ้านใหม่เท่านั้นนะครับ แต่สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยมานาน การให้วิศวกรเข้ามาตรวจสุขภาพบ้านถือเป็นการลงทุนชนิดหนึ่งที่มีความคุ้มค่า เพราะช่วยอุดรอยรั่วของค่าใช้จ่ายระยะยาว ทั้งค่าไฟ ค่าซ่อมแซมใหญ่ แถมยังรับประกันความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัวด้วย

ทำไมต้องเลือก S Inspector?

  • เรามีทีม วิศวกรตรวจบ้าน และผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ ผ่านการ ตรวจบ้าน ตรวจคอนโด มามากกว่า 6,000 ยูนิต
  • มีเครื่องมือตรวจสอบที่ทันสมัย
  • รายงานผลการ ตรวจบ้าน ที่ละเอียด ชัดเจน
  • บริการหลังการขาย มีการเข้าไปตรวจซ้ำรอบที่ 2 ว่ามีการแก้ไขข้อบกพร่องเรียบร้อยดีหรือไม่
Scroll to Top