ทำไม ไฟไหม้อาคารเก่า ถึงลุกลามเร็ว และโครงสร้างถล่ม?

ไฟไหม้อาคารเก่าลุกลามเร็วกว่าอาคารใหม่ เพราะระบบดับเพลิงไม่พร้อม วัสดุติดไฟสะสมหนาแน่น และระบบไฟฟ้าเสื่อมสภาพ ขณะที่โครงสร้างถล่มได้เพราะเหล็กสูญเสียกำลังรับน้ำหนักอย่างรวดเร็วเมื่อเจอความร้อนสูงต่อเนื่อง จากเหตุไฟไหม้อาคารพาณิชย์เก่ากลางกรุงเมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ทำให้คำถามสำคัญกลับมาอีกครั้งว่า เจ้าของอาคารต้องทำอะไรบ้างเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดกับอาคารของตัวเอง
สารบัญบทความ
ทำไมไฟไหม้อาคารเก่าถึงลุกลามเร็วกว่าอาคารใหม่?
คำถามนี้มีคำตอบเชิงวิศวกรรมที่ชัดเจน และเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยที่สะสมมาตามอายุการใช้งานของอาคาร
ระบบดับเพลิงอัตโนมัติไม่มี หรือไม่ทำงาน
อาคารเก่าจำนวนมากสร้างขึ้นในยุคที่กฎหมายยังไม่บังคับให้ติดตั้งระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิงอัตโนมัติ (Sprinkler) หรือติดตั้งแล้วแต่ขาดการบำรุงรักษาจนไม่สามารถทำงานได้เมื่อเกิดเหตุ ระบบ Sprinkler ที่ทำงานได้ปกติสามารถควบคุมไฟในพื้นที่ที่เกิดเหตุได้ทันทีก่อนที่จะลามออกไป แต่เมื่อระบบนี้ไม่มีหรือบกพร่อง ไฟจะขยายพื้นที่ได้อย่างอิสระภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที
นอกจากนี้ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่เสื่อมสภาพหรือปิดใช้งานอยู่ ทำให้ผู้คนในอาคารไม่ได้รับการแจ้งเตือนทันเวลา และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รับแจ้งช้ากว่าที่ควร
การจัดเก็บสินค้าและวัสดุติดไฟหนาแน่น ปิดกั้นทางหนีไฟ
อาคารพาณิชย์และตลาดเก่ามักมีการจัดเก็บสินค้าอัดแน่นในทุกพื้นที่ รวมถึงบริเวณทางเดินและทางหนีไฟ วัสดุเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ช่วยให้ไฟลุกลามได้เร็วและรุนแรงขึ้น เมื่อสินค้าหรือวัตถุดิบที่ติดไฟง่าย เช่น ผ้า พลาสติก กระดาษ หรือสารเคมี ถูกจัดวางใกล้กันโดยไม่มีระยะห่างเพียงพอ ไฟจะกระโดดข้ามจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว
ยิ่งไปกว่านั้น ทางเดินที่แคบและถูกกีดขวางทำให้การอพยพผู้คนออกจากอาคารทำได้ยากขึ้น และยังขัดขวางการเข้าถึงของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงด้วย
ระบบไฟฟ้าเก่า สายไฟเสื่อม ต้นเพลิงยอดฮิตที่มองไม่เห็น
ระบบไฟฟ้าลัดวงจรเป็นหนึ่งในสาเหตุอันดับต้นๆ ของเพลิงไหม้ในอาคารเก่า อาคารที่ใช้งานมานานหลายสิบปีมักมีสายไฟที่เสื่อมสภาพ ฉนวนหลุดล่อน ฟิวส์ไม่ได้มาตรฐาน หรือมีการต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้าเกินขีดความสามารถของระบบที่ออกแบบมาในยุคนั้น ปัญหาเหล่านี้สะสมโดยไม่แสดงอาการชัดเจน จนกว่าจะถึงจุดที่เกิดประกายไฟหรือความร้อนสะสมจนติดไฟ
→ อ่านเพิ่มเติม: เสียบปลั๊กแล้วไฟแลบ สาเหตุและวิธีป้องกัน
ทำไมโครงสร้างอาคารถึงถล่มขณะไฟไหม้?
นี่คือคำถามที่ต้องอาศัยความรู้เชิงวิศวกรรมในการตอบ และเป็นจุดที่หลายคนยังเข้าใจผิดว่าอาคารเหล็กหรือคอนกรีตต้องปลอดภัยจากไฟเสมอ
เหล็กโครงสร้างสูญเสียกำลังเมื่อเจอความร้อนสูง
เหล็กโครงสร้างมีคุณสมบัติที่หลายคนไม่รู้ คือเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ความสามารถในการรับน้ำหนักของเหล็กจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยทั่วไปเมื่ออุณหภูมิเหล็กถึงประมาณ 300–400 องศาเซลเซียส กำลังของเหล็กจะเริ่มลดลง และเมื่อถึง 550–600 องศาเซลเซียส เหล็กจะสูญเสียกำลังรับน้ำหนักไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง
ในเหตุไฟไหม้อาคารที่มีเชื้อเพลิงสะสมมาก อุณหภูมิในอาคารสามารถพุ่งสูงถึง 700–1,000 องศาเซลเซียสได้ภายในเวลาไม่นาน ซึ่งเกินจุดวิกฤตของเหล็กอย่างมาก ณ จุดนี้เหล็กที่เคยแข็งแกร่งจะเริ่มงอตัว และหากรับน้ำหนักจากพื้นอาคารหรือสิ่งของอยู่ในขณะนั้น โครงสร้างจะยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว
ทำไมลานจอดรถและพื้นที่ช่วงกว้างเสี่ยงถล่มก่อน
พื้นที่ที่มีโครงสร้างช่วงกว้าง เช่น ลานจอดรถ ห้องโถง หรือพื้นที่ตลาดขนาดใหญ่ มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ เพราะเสาและคานต้องรับน้ำหนักในระยะยาว เมื่อจุดใดจุดหนึ่งของโครงสร้างอ่อนแรงลงเพราะความร้อน แรงที่เคยกระจายไปทั่วจะถ่ายลงมาที่จุดนั้นมากขึ้น จนกว่าโครงสร้างจะไม่สามารถรับได้อีก และพังลงอย่างรวดเร็ว
ต่างจากพื้นที่เล็กที่มีผนังรับแรงหลายด้าน โครงสร้างช่วงกว้างมีจุดพึ่งพาน้อยกว่า ทำให้การถ่ายแรงเมื่อเกิดความเสียหายรุนแรงกว่ามาก
สัญญาณเตือนก่อนโครงสร้างวิกฤต
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่มีประสบการณ์จะสังเกตสัญญาณเหล่านี้เพื่อประเมินว่าถึงเวลาต้องถอนกำลังออกจากอาคารหรือไม่ ได้แก่ เสียงระเบิดหรือเสียงดังผิดปกติจากภายในอาคาร (เกิดจากความร้อนสะสมในวัสดุต่างๆ) รอยแตกที่ผนังหรือเสาที่ขยายตัวเร็ว พื้นหรือหลังคาที่เริ่มโก่งตัวลง และควันที่เปลี่ยนสีหรือทิศทางอย่างผิดปกติ
อาคารแบบไหนเสี่ยงไฟไหม้และโครงสร้างถล่มมากที่สุด?
ไม่ใช่ทุกอาคารที่มีความเสี่ยงเท่ากัน อาคารที่เข้าข่ายเสี่ยงสูงมีลักษณะร่วมกันหลายประการ ได้แก่
ตึกแถวและอาคารพาณิชย์ที่มีอายุมาก โดยเฉพาะที่สร้างก่อนปี 2535 ซึ่งเป็นช่วงที่กฎหมายควบคุมอาคารยังไม่เข้มงวดเท่าปัจจุบัน อาคารกลุ่มนี้มักขาดระบบป้องกันอัคคีภัยที่ครบถ้วน
อาคารที่มีการต่อเติมโดยไม่มีวิศวกรควบคุม การต่อเติมชั้นเพิ่ม ขยายหลังคา หรือดัดแปลงโครงสร้างโดยไม่คำนวณภาระและไม่ขออนุญาต อาจทำให้โครงสร้างเดิมรับน้ำหนักเกินกว่าที่ออกแบบไว้ ทำให้โอกาสถล่มสูงขึ้นอย่างมากเมื่อโดนความร้อน
อาคารที่ไม่เคยตรวจสอบตามกฎหมาย การขาดการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องทำให้ปัญหาที่ซ่อนอยู่ เช่น คอนกรีตเสื่อม สนิมกัดกร่อนเหล็กเสริม หรือรอยแตกร้าวที่ผนัง สะสมจนถึงจุดวิกฤตโดยที่เจ้าของอาคารไม่ทราบ
อาคารที่มีโครงสร้างเหล็กไม่ได้รับการพ่นสารกันไฟ (Fireproofing) เหล็กโครงสร้างที่ไม่ได้รับการป้องกันจะถึงอุณหภูมิวิกฤตได้เร็วกว่าอาคารที่มีชั้นป้องกัน
→ อ่านเพิ่มเติม: บ้านทรุด เข้าใจสาเหตุ ผลกระทบ และวิธีแก้ไข
กฎหมายกำหนดให้อาคารต้องมีระบบป้องกันไฟอะไรบ้าง?
กฎกระทรวงว่าด้วยการตรวจสอบอาคารกำหนดให้อาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องผ่านการตรวจสอบประจำปีในหมวดระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ซึ่งครอบคลุมรายการสำคัญต่อไปนี้
รายการตรวจสอบ | วัตถุประสงค์ |
บันไดหนีไฟและทางหนีไฟ | ต้องโล่ง ไม่มีสิ่งกีดขวาง ใช้งานได้จริง |
ป้ายและไฟทางออกฉุกเฉิน | ต้องสว่าง มองเห็นชัดเจน |
ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ | ต้องทดสอบและใช้งานได้ |
ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (Sprinkler) | ต้องครอบคลุมพื้นที่และทำงานได้ |
ระบบระบายควันและควบคุมการแพร่กระจายควัน | ป้องกันผู้อยู่อาศัยสูดดมควัน |
ระบบจ่ายน้ำดับเพลิงและหัวฉีดน้ำ | ต้องมีแรงดันเพียงพอ |
ระบบไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน | ใช้งานในกรณีไฟดับระหว่างเกิดเหตุ |
เครื่องดับเพลิงแบบมือถือ | ต้องมีจำนวนและตำแหน่งตามมาตรฐาน |
เจ้าของอาคารเก่าควรตรวจอะไรบ้าง?
ก่อนที่ปัญหาจะกลายเป็นเหตุฉุกเฉิน เจ้าของอาคารสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการตรวจสอบจุดสำคัญเหล่านี้
ระบบไฟฟ้า
- ตรวจสอบสภาพสายไฟ ฉนวน และจุดต่อสายทุกจุด
- ตรวจสอบว่าตู้เมนไฟฟ้าและเซอร์กิตเบรกเกอร์ได้มาตรฐาน
- ตรวจสอบว่าขนาดสายไฟรองรับโหลดจริงที่ใช้งานอยู่
ระบบดับเพลิงและทางหนีไฟ
- ทดสอบสัญญาณเตือนไฟไหม้ว่ายังทำงานได้
- ตรวจสอบอายุและแรงดันของถังดับเพลิงมือถือ
- เดินตรวจบันไดหนีไฟและทางออกฉุกเฉินว่าโล่งและไม่มีสิ่งกีดขวาง
โครงสร้างอาคาร
- สังเกตรอยร้าวที่ผนัง เสา คาน และบริเวณรอยต่อ
- ตรวจสอบความสม่ำเสมอของระดับพื้น
- ตรวจสอบจุดที่มีการต่อเติมว่าโครงสร้างยังสมบูรณ์
การต่อเติมและดัดแปลง
- ตรวจสอบว่ามีใบอนุญาตและแบบที่ผ่านวิศวกรรับรอง
- ประเมินว่าการต่อเติมส่งผลต่อโครงสร้างเดิมหรือไม่
ตรวจสอบอาคารโดยวิศวกรช่วยป้องกันได้อย่างไร?
ปัญหาส่วนใหญ่ที่นำไปสู่ความสูญเสียใหญ่หลวงในเหตุไฟไหม้อาคาร ล้วนสามารถตรวจพบได้ล่วงหน้าด้วยการตรวจสอบอาคารโดยผู้เชี่ยวชาญ สิ่งที่ตาเปล่ามองไม่เห็น เช่น สายไฟที่เสื่อมสภาพภายในผนัง รอยร้าวเชิงโครงสร้างที่ซ่อนอยู่ใต้สีทา หรือการต่อเติมที่ส่งผลต่อโครงสร้างรับแรง จำเป็นต้องใช้ทั้งความรู้เชิงวิศวกรรมและเครื่องมือเฉพาะทาง
S Inspector มีทีมวิศวกรโยธาที่มีใบประกอบวิชาชีพ (กว.) ทุกคน พร้อมประสบการณ์ตรวจกว่า 6,000 ยูนิต การตรวจสอบอาคารครอบคลุมทั้งโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า และจุดเสี่ยงต่างๆ โดยใช้เครื่องมือเฉพาะทางได้แก่ เครื่องวัดความชื้น โดรนสำรวจโครงสร้างส่วนที่เข้าถึงได้ยาก และเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงทดสอบจุดรั่วซึม ผลการตรวจจะอยู่ในรายงานพร้อมรูปถ่ายที่ส่งภายใน 1–2 วัน
การตรวจสอบอาคารไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่คือการลงทุนเพื่อป้องกันความสูญเสียที่มูลค่าสูงกว่าหลายเท่า
สรุป
ไฟไหม้อาคารเก่าที่รุนแรงถึงขั้นโครงสร้างถล่มไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลสะสมของปัญหาหลายอย่างที่ถูกมองข้ามมาตลอด ทั้งระบบไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพ ระบบดับเพลิงที่ขาดการดูแล โครงสร้างที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ และการต่อเติมที่ไม่ผ่านวิศวกร ปัญหาเหล่านี้ตรวจพบได้ล่วงหน้า และแก้ไขได้ก่อนที่จะกลายเป็นหายนะ
อย่ารอให้เกิดเหตุก่อนถึงจะตรวจ
ทำไมถึงควรใช้บริการ "รับตรวจบ้าน" โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจาก Sinspectors?
แม้คุณจะสามารถสังเกตคราบน้ำหรือรอยร้าวได้ด้วยตนเอง แต่การประเมินปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างแม่นยำต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ การเลือกใช้บริการรับตรวจบ้าน จาก Sinspectors จะช่วยให้คุณมั่นใจได้เกินร้อย เพราะเรามีทีมวิศวกรโยธาที่มีใบประกอบวิชาชีพ และอุปกรณ์เครื่องมือพิเศษที่ตาเปล่ามองไม่เห็น เช่น กล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermal Imaging Camera) ที่จับความชื้นหลังผนังได้ก่อนเกิดคราบ และเครื่องวัดความชื้น (Moisture Meter)
“การตรวจบ้านด้วยตาเปล่าอาจเห็นแค่ความสวยงาม แต่การใช้เครื่องมือทางวิศวกรรมระดับมาตรฐานร่วมกับการทดสอบในสภาพอากาศจริงช่วงหน้าฝน จะช่วยเซฟเงินค่าซ่อมแซมบ้านหลักแสนบาทในอนาคตให้กับเจ้าของบ้านได้อย่างแน่นอน”
— ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจาก Sinspectors
ทำไมต้องเลือก S Inspector?
- เรามีทีม วิศวกรตรวจบ้าน และผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ ผ่านการ ตรวจบ้าน ตรวจคอนโด มามากกว่า 6,000 ยูนิต
- มีเครื่องมือตรวจสอบที่ทันสมัย
- รายงานผลการ ตรวจบ้าน ที่ละเอียด ชัดเจน
- บริการหลังการขาย มีการเข้าไปตรวจซ้ำรอบที่ 2 ว่ามีการแก้ไขข้อบกพร่องเรียบร้อยดีหรือไม่
FAQ คำถามที่พบบ่อย
ไฟไหม้อาคารเก่าเกิดจากอะไรบ่อยที่สุด?
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือระบบไฟฟ้าลัดวงจรจากสายไฟเสื่อมสภาพ รองลงมาคือการเก็บวัสดุติดไฟใกล้แหล่งความร้อน และการขาดระบบดับเพลิงอัตโนมัติที่ทำงานได้ปัจจัยเหล่านี้มักเกิดร่วมกันในอาคารเก่าที่ไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
โครงสร้างเหล็กทนไฟได้นานแค่ไหน?
เหล็กโครงสร้างที่ไม่ได้รับการพ่นสารกันไฟ (Fireproofing) จะเริ่มสูญเสียกำลังเมื่ออุณหภูมิถึงประมาณ 300–400 องศาเซลเซียส และสูญเสียกำลังมากกว่าครึ่งเมื่อถึง 550–600 องศา ในเหตุไฟไหม้รุนแรงที่มีเชื้อเพลิงมาก อุณหภูมิอาจถึงจุดวิกฤตได้ภายใน 20–30 นาที ขึ้นอยู่กับปริมาณและประเภทของเชื้อเพลิง
อาคารเก่าต้องตรวจสอบอาคารทุกปีไหม?
กฎหมายกำหนดให้อาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องผ่านการตรวจสอบอาคารประจำปี ส่วนอาคารพาณิชย์ทั่วไปก็ควรได้รับการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ แม้ไม่ได้ถูกบังคับตามกฎหมาย โดยเฉพาะอาคารที่มีอายุมากกว่า 10 ปีหรือมีประวัติการต่อเติมดัดแปลง
ตึกแถวและโฮมออฟฟิศต้องมีระบบดับเพลิงอะไรบ้าง?
อย่างน้อยต้องมีถังดับเพลิงมือถือที่ยังใช้งานได้ในตำแหน่งที่เข้าถึงได้ง่าย ป้ายทางออกฉุกเฉิน ทางหนีไฟที่โล่ง และควรมีสัญญาณเตือนไฟไหม้ รายละเอียดเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของอาคารตามที่กฎกระทรวงกำหนด
รู้ได้อย่างไรว่าอาคารเสี่ยงโครงสร้างถล่ม?
สัญญาณที่ควรให้ความสำคัญได้แก่ รอยร้าวที่เสาหรือคานโดยเฉพาะในแนวทแยงหรือแนวนอน พื้นที่ระดับไม่สม่ำเสมอหรือทรุดลงชัดเจน ประตูหรือหน้าต่างที่เปิดปิดไม่ได้เนื่องจากกรอบบิดเบี้ยว และเสียงดังผิดปกติจากโครงสร้างโดยไม่มีแรงสั่นสะเทือนจากภายนอก หากพบสัญญาณเหล่านี้ควรให้วิศวกรเข้าประเมินโดยเร็ว